ระเบียบวาระการประชุม กก.วล.

รายงาน กก.วล.

มติ กก.วล.

ประกาศ/คำสั่ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เอกสารเผยแพร่

ข่าวประชาสัมพันธ์
“รองนายก สุชาติ” เห็นชอบ EIA สำคัญเกี่ยวกับโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัย และเสริมการบริหารจัดการน้ำ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่ รองประธาน คนที่ 1 นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่รองประธาน คนที่ 2 และนายจิรวัฒน์ ระติสุนทร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ รองเลขาธิการ สผ. กานดา และ รองเลขาธิการ สผ. นารีรัตน์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม โดยที่ประชุมมีมติรับทราบ 1. ผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ สมัยที่ 15 ระหว่างวันที่ 23 - 31 กรกฎาคม 2568 ณ สาธารณรัฐซิมบับเว 2. ผลการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการจัดทำมาตรการที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านมลพิษจากพลาสติก รวมทั้งสิ่งแวดล้อมทางทะเล ครั้งที่ 5 รอบที่ 2 (Resumed fifth session: INC 5.2) ระหว่างวันที่ 5 - 14 สิงหาคม 2568 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เห็นชอบ ดังนี้ 1. แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 2. รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม 7 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการระบบขนส่งมวลชน จ.นครราชสีมา สายสีเขียว (ตลาดเซฟวัน - สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์) 2) โครงการทางพิเศษ สายเมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ จ.ภูเก็ต 3) โครงการก่อสร้างถนนรอบเกาะช้าง ช่วง บ.บางเบ้า - บ.สลักเพชร อ.เกาะช้าง จ.ตราด 4) โครงการทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองกระบี่ เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว แก้ไขปัญหาทางด้านการจราจรและขนส่ง 5) โครงการอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จ.กาญจนบุรี โดยมีเงื่อนไขให้ นำข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม ก่อนเสนอ ครม. 6) โครงการทางระบายน้ำหลากเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง และ 7) โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะดวงใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก และควบคุมหรือบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ ประธาน ได้เน้นยำใน 3 เรื่อง 1 ขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการเกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ให้พี่น้องประชาชน 2 ทส. โดย คพ. ให้ความสำคัญการการบริหารจัดการมลพิษจากพลาสติกในบริบทของประเทศไทย 3 การออกกฎหมาย มาตรการของภาครัฐ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ควรคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

“รองนายก สุชาติ” เห็นชอบโครงการอ่างเก็บน้ำนางั่ว น้ำงาว และน้ำทิน ซึ่งเป็นโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนมาตรการรับมือฝุ่นละออง PM 2.5

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่รองประธานกรรมการ และนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ประธานมอบนโยบาย 1. การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและพื้นที่เร่งบูรณาการแก้ไขปัญหา 2. การลดขยะอาหาร (Food Waste) เป็นนโยบายของรัฐบาล และ ทส. ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานช่วยขับเคลื่อน 3. การพิจาราณารายงาน EIA ขอให้เร่งดำเนินการโดยเร็วตามกรอบระยะเวลา รวมถึงมอบให้ สผ. นำประเด็นการลดขยะอาหารไปผนวกเป็นหนึ่งในมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยที่ประชุมมีการเห็นชอบเรื่องที่สำคัญ ดังนี้ 1. มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ (1) การควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร (2) การจัดการไฟในพื้นที่ป่า (3) การควบคุมฝุ่นในเขตเมือง (4) การจัดการหมอกควันข้ามแดน และ (5) การบริหารจัดการภาพรวม 2. ร่าง กฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ตำบลสองคลอง ตำบลบางปะกง ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ... เพื่อช่วยคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง 3. การปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศสำหรับสารมลพิษทางอากาศทั่วไป โดยเพิ่มเติมวิธีการตรวจวัดสารมลพิษทางอากาศตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป (EU) 4. เห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม 5 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการอ่างเก็บน้ำนางั่ว จ.เพชรบูรณ์ 2) โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว (แม่งาว) จ.ลำปาง 3) โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำทิน จ.เพชรบูรณ์ 4) โครงการทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน เพื่ออุตสาหกรรมอื่นๆ (ทำปูนขาว) ของบริษัท ศิลาชัยเจริญ จำกัด 5) โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จ.ระยอง (มาบตาพุด) ระยะที่ 1 และ 2 ประธานมอบนโยบายให้ สผ. นำประเด็นการลดขยะอาหารไปผนวกเป็นหนึ่งในมาตรการของรายงาน EIA ต่อไป

"รองนายก ประเสริฐ" เร่งประกาศเขตควบคุมมลพิษในกรุงเทพมหานครและ 4 จังหวัดภาคเหนือ เดินหน้ามาตรการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการ อาคาร C โดยนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัด ทส. ทำหน้าที่รองประธานกรรมการแทน รมว.ทส. และ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการ สผ. นางกัญชลี นาวิกภูมิ รองอธิบดี คพ. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยที่ประชุมมีการเห็นชอบ เรื่องที่สำคัญ 2 เรื่อง ดังนี้ 1. การประกาศกำหนดให้ท้องที่เขตกรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก (PM2.5) และมลพิษทางอากาศที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาวและ ฤดูแล้ง โดยการประกาศดังกล่าว จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจในการออกมาตรการเร่งด่วนและดำเนินการควบคุมมลพิษได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กรุงเทพมหานครกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี 2. การประกาศกำหนดให้ท้องที่เขตจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อจัดการกับสถานการณ์หมอกควันและปัญหาฝุ่นควันจาก ไฟป่า การเผาในที่โล่ง และการคมนาคม ขนส่ง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง การประกาศดังกล่าวช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินมาตรการทั้งในเชิงป้องกันและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น สะท้อนถึงความพยายามในการประสานงานระหว่างส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อควบคุมฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่าง การคุ้มครองสุขภาพของประชาชนกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมทั้งที่ประชุมยังได้เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกลาง หน่วยงานท้องถิ่นและภาคประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานภายใต้พื้นที่ควบคุมมลพิษเกิดผลเป็นรูปรรรม เช่น การควบคุมการเผาในที่โล่ง การสนับสนุน การใช้เชื้อเพลิงสะอาด การติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มเติม และการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องการประกาศทั้งสองฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการปัญหามลพิษ ทางอากาศของประเทศไทยอย่างบูรณาการ ทั้งในเขตเมืองใหญ่และพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบปัญหาซ้ำซาก โดยมีเป้าหมาย เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน ลดความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ และสร้างความมั่นใจ ต่อการพัฒนาประเทศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน